สาเหตุที่ ฝนตกจนน้ำท่วมโลก  เพราะ โลกมันร้อน ก็เลยอาบน้ำซักหน่อยCool
 
 
แล้วในขณะที่มันกำลังอาบน้ำอยู่  มันมีความสุขมาก แต่หารู้ไม่ว่ามีคนเดือดร้อนเพราะว่ามันมั่วแต่อาบน้ำ
 
สรุป เพราะโลกร้อนนี้เอง เฮ้ย ไม่ใช่ เพราะ คนมันโลภนี้เอง โลกเลยร้อน
 
สรุปอีกครั้ง ขอโทษด้วยนะที่ทำรูปออกมาขี้เหร่ เนื่องจากใ้ช้ photoshop ไม่เก่ง 555555
 
ทิ้งท้าย ฝากบทความอันอื่นด้วยครับ สนุกๆทั้งนั้นเลย ถึงจะไม่มีสาระแต่ก็อ่านสนุกครับ ><" ถ้าอ่านแล้วชอบหรือไม่ชอบก็ คอมเม้นไว้นะครับ ผม รพป. อยู่แล้วครับ  (รพป คือ รับฟังคอมเม้นทุกประเภท)
 
 
ความจริง : “ถ้าเธอมีชีวิตรอด เธอต้องจำเอาไว้นะว่าฉันรักเธอ” คือ ?
 
   
 

เรื่องราวของแม่ผู้เสียสละที่เกิดขึ้นในช่วงเหตุภัยพิบัติแผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุน หลังจากเหตุแผ่นดินไหวสงบลง หน่วยกู้ภัยก็มาถึงบ้านของหญิงสาวรายหนึ่งที่พังยับไม่เหลือซาก พวกเขาพบร่างของหญิงสาวที่เสียชีวิตแล้วผ่านรอยแตกของซากปรักหักพัง

แต่ท่าทางของศพเธอดูค่อนข้างแปลก โดยเธออยู่ในท่าคุกเข่าคล้ายท่าทางกราบไหว้ ส่วนช่วงลำตัวเอนไปทางด้านหน้า สองมือของเธอกำลังประคองอะไรบางอย่างอยู่ ซากที่หักพังของบ้านกระแทกเข้าที่หลังและศีรษะของเธอ

หัวหน้าหน่วยกู้ภัยได้ยื่นมือผ่านรอยแยกแคบ ๆ ของกำแพงเพื่อที่จะเอื้อมไปยังร่างของหญิงสาวด้วยความลำบากเป็นอย่างมาก เขาหวังเพียงแต่ว่าหญิงสาวคนนั้นจะยังมีชีวิตอยู่ ร่างของหญิงสาวที่เย็นและแข็งทื่อบ่งบอกให้เขารู้ว่าเธอเสียชีวิตแล้วอย่างแน่นอน

หัวหน้าหน่วยกู้ภัย และลูกทีมที่เหลือออกมาจากบ้านหลังนั้น และเริ่มค้นหาตามบ้านที่กลายเป็นซากหักพังหลังถัดไป แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ทำให้หัวหน้าหน่วยกู้ภัยเดินกลับไปยังบ้านหลังที่พบศพหญิงสาวที่เสียชีวิตไปแล้วอีกครั้ง เขาคุกเข่าลงและยื่นมือผ่านเข้าไปในรอยแยกเพื่อค้นหาพื้นที่ว่างเล็กๆ ใต้ศพของเธอ ซึ่งทันใดนั้น เขาก็ตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น

เด็ก! ตรงนี้มีเด็ก!

ลูกทีมทั้งหมดต่างก็แห่เข้ามาช่วยกันยกซากปรักหักพังที่อยู่รอบ ๆ ตัวหญิงสาวที่เสียชีวิตแล้วออกอย่างระมัดระวัง พวกเขาพบร่างเด็กชายวัย 3 เดือนในผ้าห่มลายดอกไม้ภายใต้ร่างของผู้เป็นแม่ที่เสียชีวิตแล้ว

ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเธอเสียสละจนถึงที่สุดเพื่อที่จะปกป้องลูกชายของเธอ เมื่อบ้านของเธอเริ่มพังลงมา เธอใช้ร่างกายของเธอเป็นที่กำบังให้กับลูกชายของเธอ หน่วยกู้ภัยอุ้มตัวลูกชายของเธอขึ้นมา และพบว่าเด็กยังนอนหลับอยู่อย่างปลอดภัย

แพทย์ได้รุดมายังที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็วและได้ตรวจเช็คร่างของเด็กชาย โดยหลังจากเปิดผ้าห่มที่ห่อหุ้มร่างของเด็กชายออก เขาก็พบโทรศัพท์มือถือข้างในผ้าห่ม ซึ่งมีข้อความปรากฏบนหน้าจอว่า…”ถ้าเธอมีชีวิตรอด เธอต้องจำเอาไว้นะว่าฉันรักเธอ”

โทรศัพท์มือถือเครื่องดังกล่าวถูกส่งต่อไปรอบ ๆ จากมือหนึ่งไปสู่อีกมือ ซึ่งทุกคนที่ได้อ่านข้อความดังกล่าวต่างก็ต้องเสียน้ำตา

“ถ้าเธอมีชีวิตรอด เธอต้องจำเอาไว้นะว่าฉันรักเธอ” นี่แหละคือความรักของแม่ที่มีแต่ลูกของเธอ !!

เรื่องราวข้างต้นนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับภาพที่ถูกนำมาส่งต่อกันแต่อย่างใด …แล้วภาพนั้นเกิดขึ้นที่ไหน เรื่องราวเป็นอย่างไร เราจะพาไปพบความจริงกัน ณ บัดนี้…

เรื่องราวเริ่มมาจากหนังสือพิมพ์ People’s Daily ฉบับวันที่ 17 พฤษภาคม 2011 ของจีน ได้ลงเรื่องราวคล้ายคลึงกันนี้ในส่วนของบทความเรื่องผู้รอดชีวิตจากเหตุการแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในจีน ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2008 แต่ภาพที่ประกอบรูปนั้นไม่ใช่รูปที่เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย 4 คน พยายามกู้ร่างสตรีนางหนึ่งที่คุกเข่าค้อมตัวลงป้องกันเด็กที่อยู่ใต้ร่าง

แต่เป็นภาพเจ้าหน้าที่ในชุดทหารพรานกำลังอุ้มเด็กทารกเอาไว้ในอ้อมกอด และสถานที่ในภาพก็ดูแล้วน่าจะเป็นในป่า ไม่น่าใช่สถานที่ ๆ เพิ่งผ่านเหตุการณ์แผ่นดินไหวมาหมาด ๆ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีผู้ได้ตั้งข้อสังเกตขึ้นมาในภายหลัง จากเว็บไซต์สโนบส์ดอทคอม เว็บไซต์ที่มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตหลาย ๆ รายเข้ามาถกเถียงว่าเรื่องราวจากข่าวลือหรือจากฟอร์เวิร์ดเมลต่าง ๆ นั้นเป็นความจริงหรือไม่

โดยเรื่องของมารดาผู้เสียสละใช้ร่างตัวเองกำบังลูกเอาไว้ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ถูกหยิบมาหาข้อเท็จจริง นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตเรื่องสถานที่ในรูปถ่ายที่ดูแล้วไม่ค่อยเข้ากันกับเนื้อเรื่องเท่าไรนัก โดยบางรายเสริมว่าบางข่าวจากหนังสือพิมพ์ของจีนนั้นยังไม่ค่อยมีความแม่นยำหรือน่าเชื่อถือเท่าใดนักด้วย 

หลังจากเรื่องราวในหนังสือพิมพ์จีนฉบับนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ต่อมาไม่นานเรื่องราวแบบที่เราได้อ่านจากในฟอร์เวิร์ดเมล “ถ้าเธอมีชีวิตรอด เธอต้องจำเอาไว้นะว่าฉันรักเธอ” ก็เกิดขึ้นตามมา และใช้ภาพประกอบเป็นรูปเจ้าหน้าที่กู้ภัยพยายามกู้ร่างสองแม่ลูกที่ถูกกลบด้วยดินสีแดงขึ้นมา

หากจะพิจารณาให้ถี่ถ้วนแล้วก็จะเห็นว่า จากฟอร์เวิร์ดเมลที่ระบุว่า แม่ปกป้องลูกวัย 3 เดือนจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในญี่ปุ่น แต่เด็กที่ปรากฏในภาพไม่น่าใช่เด็กทารกวัย 3 เดือนแน่นอน รวมทั้งเรื่องการพิมพ์ข้อความในโทรศัพท์มือถือ หากลองคิดตามความเป็นจริงแล้วในสถานการณ์เช่นนั้นจะมีใครกันที่ใจเย็นมากพอที่จะพิมพ์ข้อความเช่นนั้นทิ้งเอาไว้

ส่วนเรื่องที่มาของรูป หากเป็นคนในแวดวงข่าวต่างประเทศโดยเฉพาะข่าวจากประเทศจีน อาจจะพอคุ้น ๆ ตาอยู่บ้าง เนื่องจากรูปดังกล่าวเป็น “ภาพแห่งปี” จากการประกวดภาพข่าวของจีน หรือ CHIPPP 2009  (China International Press Photo Contest 2009)

โดยเจ้าของภาพได้ตั้งชื่อภาพว่า “Mother Love in Earthquake” ซึ่งเป็นภาพที่เกิดขึ้นจริงจากค้นหาผู้รอดชีวิตและเก็บกู้ซากเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่มณฑลเสฉวน โดยภาพนี้ถูกบันทึกเอาไว้ตั้งแต่ วันที่ 31 สิงหาคม 2008

คาดว่าคงมีผู้นำเรื่องราวนี้จับคู่กับภาพรางวัลดังกล่าว ที่บังเอิญมีเนื้อหาเข้ากันได้พอดี และเผยแพร่ออกไปบนอินเทอร์เน็ต จนกลายเป็นเรื่องที่ถูกส่งต่อกันมาเรื่อย ๆ นั่นเอง…

ไม่ว่าเรื่องราวที่ปรากฏนั้นจะไม่ใช่เรื่องจากเหตุการณ์จริง หรือมีมูลความจริงอยู่เพียงน้อยนิดเช่นไร แต่ความจริงข้อหนึ่งที่เราสัมผัสได้โดยไม่ต้องอ่านเรื่องราวใด ๆ นั่นก็คือ

ภัยพิบัตินั้นนำมาซึ่งความสูญเสียเสมอ และถึงเด็กคนนั้นจะไม่ใช่ทารกวัย 3 ขวบอย่างที่เราได้อ่าน แต่อย่างน้อยเราก็ได้เห็นความพยายามที่หญิงคนหนึ่งได้เอาร่างของตัวเองกำบังเด็กเอาไว้โดยไม่คิดถึงชีวิตตัวเอง แม้ไม่ต้องมีเรื่องราวหรือคำอธิบายภาพใด ๆ ก็เชื่อว่าด้วยตัวภาพอย่างเดียวนั้นก็ทำให้รู้สึกเศร้าสะเทือนใจได้ไม่น้อยเลยทีเดียว..

เครดิต http://www.talkystory.com/?p=19177
 
 
Concert ช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ช่วยกัน จุฟ like ด้วยนะค่ะ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วม สามารถ ถูกใจ ได้ที่นี้เลยค่ะ >>>  http://www.facebook.com/pages/Keceelooppok-band/287301207951361?sk=wall 
 
         
 
ช่วยกัน จุฟ like ได้ืที่  http://www.facebook.com/pages/Keceelooppok-band/287301207951361?sk=wall  เพือเป็นกำลังใจให้กับ ผู้ประสบภัยน้ำท่วมด้วยนะค่ะ :)